เป็นอีกหนึ่งทริปที่ตั้งใจและมาจากความอยาก “ส่วนตัว” ดูทริปไว้ตั้งแต่ปี 59 รอเก็บตังค์และจังหวะค้นหาข้อมูลทัวร์
..
..ที่ว่ามาจากความอยากส่วนตัว คือการตามรอยภาพที่เราเห็นผ่านหน้าจอทีวี-โรงภาพยนตร์ตั้งแต่เด็กๆ ใครที่อายุเลข 3-4 ขึ้นไป จะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของหนังจีนในสมัยเด็ก ๆ ในยุคที่ซีรี่ส์เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ยังไม่สามารถตีตลาดบ้านเราได้ เราจะเห็นหนังจีนหลาย ๆ เรื่องที่มีฉากของกองทัพทหารม้าจิ๋นซีที่ยิ่งใหญ่ ตอนนั้นชวนให้สงสัยว่า..เป็นเรื่องจริงหรือการแต่งสีสันของบทและภาพให้เป็นกองทัพหุ่นปั้นดินเผาจำนวนนับพันที่ดูยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นการจัดฉากไว้ก็ดูจะไม่แปลก เพราะสำหรับพี่จีนอะไร ๆ ก็ต้องจัดใหญ่ จัดอลังการอยู่ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ถือเป็นเรื่องที่น่าค้นหา เรียนรู้มาก
สองสามครั้งที่ไปเดินงานเที่ยวทัวร์ไทย ไปทั่วโลก, เที่ยวทั่วโลก, ท่องเที่ยวไทย บลา บลา บลา.. เมื่อไปถามถึงทริปซีอาน จะพบว่ามีน้อยที่มากที่มีจัดโปรแกรมมาลดแหลกแจกสะบัดในบูธ เดี๋ยวนี้เลยไม่เดินหาตามงาน แหล่งที่เป็นที่นิยมที่ใครหลายคนคงใช้คือ “LINE, Facebook Page” โดยเฉพาะ 🔥 #โปรไฟไหม้ แต่ขอโทษ ซีอานแทบไม่เคยเห็นจัดโปรไฟไหม้กะเค้าเลย เท่าที่สืบค้นมาสักเดือนนึง พอจับรูปแทบทัวร์
จะไปกับทัวร์ หรือ จัดทริปไปเองดีหนอ?
..สมัยนี้คนเดินทางท่องเที่ยวเองเยอะขึ้น ส่วนตัวแล้ว เกณฑ์จะดูว่าควรจัดทริปไปเอง หรือไปกับทัวร์ มองไว้ดังนี้
- ถ้ามีผู้สูงอายุไปด้วย เช่น คุณพ่อ คุณแม่ ที่อายุมากแล้ว การไปทัวร์ยังเป็นตัวเลือกที่ดี ได้เพื่อนวัยเดียวกันร่วมทริปมาพูดคุยด้วย
- สถานที่ เมือง หรือ ประเทศที่ไป มีความสะดวกของการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะ การสื่อสารกันยากง่ายแค่ไหน ถ้าเป็นที่ซีอาน นั่งรถกันเยอะเลยค่ะ ไม่มีรถไฟฟ้าให้เดินทางเอง การสื่อสารนี่ลำบากเลย ถึงหน้าเราจะดูจีนเต็มๆ แต่ก็พูดไม่ได้เลย
- ข้อพิจารณาเพิ่มเติมอีกอย่างคือ อยากได้ข้อมูลเต็ม ๆ ละเอียด ๆ ในที่ที่เราไป การไปทัวร์จะมีไกด์ท้องถิ่น อธิบายให้เข้าใจลึกซึ้งทั้งประเพณี วัฒนธรรม ประวัติ ที่มา ข้อสังเกตอะไรเยอะแยะเลย ได้ความรู้เพียบ (เพราะขี้เกียจอ่านเอง ว่างั้น)
** ทริปคราวนี้ก็เลยเลือกไปทัวร์แบบ 6 วัน 4 คืน รายละเอียดแทบจะเหมือนกันหมดแหละค่ะ เรียกว่าเอกสารรายการทัวร์แต่ละที่เหมือน Copy มาจากไฟล์เดียวกันเลย แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สนนราคาทริปนี้ค่าทัวร์ 20,000 ต่อคน (ไม่รวมทิป)
* การเตรียมตัว
ทริปที่สรุปได้คือ 6 วัน 4 คืน (อีกสองวันคือวันเดินทางไปและกลับซึ่งค่อนข้างดึก) และเดินทางไปกับคุณนายแม่ อายุเกือบ 80 ดังนั้น อุปกรณ์ประจำกายต้องเตรียมไว้ระดับนึง
– แผ่นแก้ปวด ประทังชีวิตถ้าต้องเดินเยอะ (แต่ปรากฎว่าไม่ได้ใช้งานเลย)
– ยาประจำตัวต่าง ๆ โดยเฉพาะไปในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงมาก เพี้ยง! ขออย่าให้ไมเกรนขึ้นเลย ความสนุกจะหายไปทันที
– จีน เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของห้องน้ำ ที่สุด ๆ ทิชชูเปียกเลยเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ติดกระเป๋าตลอดเวลา
– ปลั๊กไฟ ที่จีนใช้กระแสไฟ 220 โวลต์ แบบแบน 2 รู เหมือนบ้านเราและแบบแบน 3 รู แต่ที่โรงแรมในจีนรองรับปลั๊กทั้งสองแบบ และมีให้ใช้หลายจุดเลย เรียกว่าไม่หวงการเชื่อมต่อกระแสไฟเลย แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรจะติดตัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย
– ที่ขาดไม่ได้การเลือกเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต เราเลือกซื้อ Travel SIM ของ True move H แต่ต้องบอกว่าถ้ามือถือไม่รองรับ 4G ซิมตัวนี้ก็แทบไม่ได้ใช้งาน ซึ่งประสบปัญหาแบบนั้นเลย มือถือที่รองรับ 4G ได้ในเมืองไทย แต่ไปจีนก็ใช่ว่าจะรับ 4G ได้ ดังนั้นเช็ครุ่นมือถือที่รองรับก่อนไปก็ดี ซิมที่ซื้อไปคราวนี้ก็เลยใช้เหลือเพียบ เพราะใช้เน็ตที่ช้ามาก แต่ข้อดีคือ เวลาไร้ซึ่งอินเตอร์เน็ต เราก็จะได้สัมผัสอิ่มเอมกับภาพที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น
– ไม้เซลฟี่ คู่มือช่วยชีวิตในการบันทึกภาพของทริปนี้ ขาดไม่ได้เลยถ้าต้องไปเที่ยวกับผู้สูงอายุ ซึ่งไม่สามารถช่วยเรื่องถ่ายภาพให้เราได้ ก็ต้องเป็นตากล้องเองตลอดทริป
– ตลอดทริป ใช้กล้องมือถือถ่ายภาพอย่างเดียว Power Bank เป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะออกนอกสถานที่ตลอดทั้งวัน จะลำบากกับการหาจุดชาร์จไฟ เราพก 2 ก้อนไปตลอด กลับเข้าโรงแรมก็เป็นโรงงานชาร์จแบตทุกอุปกรณ์
* ด้านที่พัก โรงแรม อาหารการกิน
4 ครั้งของประสบการณ์การเที่ยวประเทศจีน ( เซิ่นเจิ้น, ปักกิ่ง, จางเจียเจี้ย, ซีอาน) เรื่องโรงแรมและอาหารนี่ ต้องบอกว่าสุดยอดจริง ๆ 👍 อย่างที่เกริ่นไว้ค่ะ จีนเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะ ขนาดประเทศก็มีพื้นที่ใหญ่โตมากมาย เค้าว่ากันว่าการก่อสร้างอะไรก็ใหญ่โต ที่ทำงาน โรงพยาบาล ไปรษณีย์ คลินิก อลังการ ใหญ่โต สมเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ โรงแรมใหญ่ ๆ ทั้งนั้น หรูหรา อลังการ ตบแต่งด้วยสถาปัตยกรรมตามวัฒนธรรมจีน และตลอด 4 คืนของทริปซีอานนี้ ย้ายโรงแรมทุกวันเลย (เป็นอีกจุดที่เหนื่อยกับการ Pack กระเป๋าพอควร) ประมวลภาพรวม ๆ ของโรงแรมทั้ง 4 คืนมาให้ชมค่ะ
- เรื่องของอาหาร การเดินทางไปกับทัวร์ รับรองการกินเต็มที่ 3 มื้อครบ แน่น ๆ ทุกมื้อ ในตอนเช้า แน่นอนก็ต้องฝากท้องไว้กับอาหารเช้าของโรงแรม ซึ่งไม่ค่อยหลุดเมนูกันเท่าไหร่ แต่ละโรงแรมจะคล้าย ๆ กันหมด อาหารพื้นเมือง เมนูประจำต้องมีพวกแป้ง ซาลาเปา หมั่นโถว น้ำเต้าหู้ เพราะที่นี่ปลูกข้าวสาลีกันเยอะ
เนื้อแพะย่าง อร่อยมาก
เส้นใหญ่หลบไป มันคือ “หมี่เข็มขัด” เป็นบะหมี่ซีอาน แต่ก็ไม่ถูกปากเท่าไหร่เพราะน้ำมันเยอะ
ชุดนี้คือ “เกี๊ยวซีอาน” อาหารขึ้นชื่อของซีอาน เป็นเกี๊ยวนึ่งร้อน ๆ มีหลาย ๆ ไส้ เช่น ไก่ หมู เผือก กุ้ง ฯลฯ เหมือนขนมจีบ แต่ชิ้นใหญ่และแป้งหนากว่า เสริฟมาพร้อมซุปร้อน ๆ
ลูกพลับที่จีนจะนิ่ม ๆ เล็ก ๆ แล้วก็มีทับทิมเยอะมาก ส่วน Starbucks วิ่งเข้าไปขอ Heater เอาความอุ่น ^_^
ที่ขาดไม่ได้ในทุกโต๊ะจีน มื้อกลางวันและเย็นคือสองสิ่งนี้ เบียร์และน้ำอัดลม แก้ความหนาวได้ดี คุณนายแม่นี่จัดเต็ม หน้าแดงก่ำทุกมื้อ สงสัยหนาวจริง
* โปรแกรมเที่ยว
วันแรก (9 ธ.ค.61) : ดอนเมือง – สนามบินซีอาน
20.50 บินสู่เมืองซีอาน ไฟล์ทบินของเราด้วยสายการบิน NOK SCOOT วันนั้นเรียกว่าเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ คือเค้าเพิ่งเปิดเที่ยวบินแรกจากกรุงเทพฯ บนตรงสู่ ซีอาน และคณะเราคือผู้โดยสารกลุ่มแรก (ดูยิ่งใหญ่แท้) จึงมีกิจกรรมสร้างสีสันนิด ๆ หน่อย ๆ ด้วยชายหนุ่มกล้ามโต สวมชุดคล้ายทหารจักรพรรดิ์ ให้เข้ากับจะไปซีอาน รวมถึง น้อง ๆ ของสายการบินก็ต้องแต่งกายเติมสีสันบ้าง
00.45 ถึงสนามบินเมืองซีอาน ในยามดึกมาก ร้านค้าต่าง ๆ ก็ปิดลงหมดแล้ว และก็สัมผัสกับอากาศแบบอยู่ในช่องแช่น้ำแข็งกันเลยทีเดียว อุณหภูมิน่าจะติดลบ
ร้านค้า ตบแต่งสวยงาม แต่มาถึงดึกมาก ก็เดินชมได้แต่หน้าประตูนี่แหละ
เมืองซีอาน เป็น 1 ใน 10 เมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน มีชื่อเดิมว่า “ฉางอาน” เป็นเมืองสำคัญในประวัติ ศาสตร์จีนที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของโลก ในอดีตซีอานเคยเป็นเมืองหลวงของ 13 ราชวงศ์ อาทิโจว ฉิน ฮั่น ถัง ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองปลายทางของเส้นทางสายไหม ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,100 ปี
คืนนี้ไม่มีกิจกรรมอะไรแล้ว โรงแรมแรกที่เข้าพักคือ SKYTEL HOTEL
วันที่สอง (10 ธ.ค. 61) : ลั่วหยาง – ศาลเจ้ากวนอู
6-7-8 คือตารางเวลาของลูกทัวร์ (แทบจะทุกทริป) ทัวร์ชุดนี้ค่อนข้างตรงเวลากันทีเดียว ตลอดทริปนี้ จะเดินทางด้วย 🚐 รถมินิบัสปรับอากาศ ด้วยความที่คุณนายแม่เดินช้า ทำให้เราได้นั่งท้ายสุดของรถ ยาวตลอดเลย แต่ก็ดีตรงที่พื้นที่วางของได้เยอะ และได้นั่งมองสองข้างกว้างขวางดี (การไปกับทริปของทัวร์ ต้องเร็ว และพร้อมมิเช่นนั้นคุณจะไม่มีที่ที่อยากได้นั่ง) เราเริ่มต้นเดินทางไปสู่ เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ใช้เวลานั่งรถก็ครึ่งวันเลย (เสียดายที่ไม่ได้นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งจะประหยัดเวลากว่านี้มาก ถ้าใครไป แนะนำให้ดูทัวร์ที่เดินทางไปด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูงจะดีกว่า)
“ลั่วหยาง” เมืองที่รวมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนกว่าพันปี เมืองนี้ขึ้นชื่อเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในมณฑลนี้ก็ว่าได้ เป็นหนึ่งในแปดเมืองหลวงโบราณของจีน และเป็นเมืองแห่งเดียวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเทพเจ้า ลั่วหยางเป็นที่รวมของปัญญาชน จึงได้รับขนานนามว่าเมืองหลวงแห่งบทกวี ในลั่วหยางเต็มไปด้วยกลิ่มหอมของดอกโบตั๋น จึงได้รับขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองหลวงแห่งดอกไม้
1. สถานที่แรก งดงาม อลังการและความมหัศจรรย์ของ ถ้ำผาหินประตูมังกร หรือ ถ้ำผาหลงเหมิน เป็นสุดยอดมรดกโลก อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องมาที่ลั่วหยาง แต่ต้องเดินเยอะหน่อย
[youtube https://www.youtube.com/watch?v=iTEXMnKQGPw&w=560&h=315]
มีคูหาต่างๆกว่า 1,300 คูหาซึ่งยังมีคูหาย่อยลงไปอีก 700 แห่ง งานเขียนโบราณ 2,780 ชิ้นงานประติมากรรม กว่า 10,000 ชิ้น ตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ ซึ่งมีพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดมีความสูงถึง 17 เมตร ส่วนองค์เล็กที่สุดมีความสูงเพียง 2 ซม. โดยการขุดเจาะแกะสลักที่มีความยิ่งใหญ่หนึ่งในสามของจีน ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสองฟากฝั่งแม่น้ำยี มีความยาวรวม 1,000 เมตร
บันไดทางขึ้นก็สูงใช่ย่อยทีเดียว
บริเวณสะพานที่เดินข้ามมาอีกฟากของแม่น้ำ เพื่อถ่ายรูปภาพกว้างของถ้ำผานี้ได้
มุมมองเมื่อข้ามมาอีกฟาก จะถ่ายภาพมุมกว้างได้สวยงามมาก
หินลายดอกโบตั๋น เป็นลายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มหัศจรรย์มาก
ยามเย็นพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศยิ่งสวย
2. สถานที่ที่สอง พาชม ศาลเจ้าขุนพลกวนอู ภายในบริเวณมีรูปปั้นกวนอูแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยสามก๊ก (ค.ศ.220 – 265) ผู้ซึ่งได้รับสมญานามให้เป็นถึงมหาเทพแห่งความจงรักภักดี คุณธรรมและความกล้าหาญของชาวจีน ทั้งตำหนักกวนอูปางอ่านหนังสือ เพื่อขอพรเกี่ยวกับการศึกษา ปางที่ขอพรเพื่อการค้าและการเงิน อีกทั้งยังเป็นที่ฝังศีรษะของกวนอูซึ่งโจโฉเป็นผู้ที่จัดพิธีฝังให้อย่างสมเกียรติ
ประตูทางเข้าจะมีรูปปั้นสิงโต 104 ตัวตลอดแนวทางเดิน
ในหนังสือบอกว่า หลังประตูเล็ก ๆ ตรงนี้คือจุดฝังศีรษะของกวนอู ซึ่งโจโฉเป็นผู้ที่จัดพิธีฝังให้ ประตูนี้จะไม่เปิดให้เข้าชม
3. อารามเส้าหลิน เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 495 ซึ่งเป็นอารามแห่งแรกของการเผยแพร่บุกเบิกพุทธศาสนา ผู้ที่นำมาเผยแพร่มาจาก ประเทศอินเดียคือ “พระโพธิธรรมตั๊กม้อ”
4. จากนั้นไม่ไกลก็ไปชม ป่าเจดีย์ (ถ่าหลิน) เป็นหมู่เจดีย์ 200 กว่าองค์ ที่ฝังศพของเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา มีหลากหลายรูปแบบ ถือเป็นแหล่งโบราณสถาน



ไกด์บอกว่านี่เป็นเจดีย์ของเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน สร้างรอไว้ สังเกตจากลายตบแต่งจะทันสมัยด้วย รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถยนต์ โน้ตบุ๊ก
5. ปิดท้ายก่อนกลับโรงแรมด้วยการนั่งพักชม การแสดงโชว์วิทยายุทธกังฟู 18 อรหันต์ ศิลปะการต่อสู้อันเลื่องชื่อของวัดเส้าหลิน ที่นี่เป็นโรงเรียนสอนกังฟู เค้าสอนกันตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ เลย
[youtube https://www.youtube.com/watch?v=oHYUwS-pbq4&w=560&h=315]


วันที่สาม (11 ธ.ค. 61) : สุสานกองพลทหารม้าจิ๋นซี ฮ่องเต้ – สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
6. กองพลทหารม้า และพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ นี่คือไฮไลท์ของการมาทริปซีอานในครั้งนี้
เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก และองค์การยูเนสโก้กำหนดให้เป็นแหล่งต้นกำเนิดอารยธรรมโลก สุสานแห่งนี้ใช้แรงงาน 726,000 คนและใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 38 ปีตั้งแต่ปี 246 – 208 ก่อนคริสตกาล และได้ถูกขุดค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ 29 มี.ค. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ส่วนอาณาเขตพื้นที่ของสุสานรวมทั้งสิ้น 2,180 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็นพระราชฐานชั้นในและชั้นนอก เปิดให้ชมทั้งหมด 3 อาคาร อาคารที่ 1 ภายในจะมีรูปปั้นกองทหารอารักขาที่ถูกฝังราว 7,000 ตัว เป็นอาคารใหญ่สุดและจุดที่นักท่องเที่ยวใช้เวลาถ่ายภาพความยิ่งใหญ่ของกองทัพทหารม้า ที่มีรายละเอียดของแต่คนตัวไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูง ใบหน้า ทรงผม แม้แต่ลายนิ้วมือ
ด้านหลังเป็นจุดซ่อมแซมหุ่นปั้น ซึ่งยังคงทำการซ่อมแซมกันอยู่ เพื่อความสมบูรณ์ก่อนจะนำไปจัดวาง
อาคารที่ 2 เป็นจุดที่ขุดค้นพบรถม้าศึกที่ยังคงมีสภาพสมบรูณ์ ส่วนอาคารที่ 3 เป็นส่วนที่ขุดพบผู้บัญชาการทหารใหญ่ ทั้งสามส่วน ท่านจะได้พบกับความอลังการ งดงาม ตระการตาอันน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง ต่อมาภายหลังสุสานกองพลทหารม้าจิ๋นซีฮ่องเต้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีพ.ศ. 2530
ส่วนนี้เป็นอาคารที่ 3 เป็นจุดกกองกำลังของแม่ทัพ มีหุ่นไม่มาก แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หุ่นปั้นที่ไม่มีศีรษะ บ้างก็ว่ายังปั้นไม่แล้วเสร็จ บ้างก็ว่าเป็นการปิดบังไม่ให้รู้จักหน้าตาของแม่ทัพ จึงสร้างทีหลัง
ผ่านจากอาคารทั้ง 3 ของกองทัพหุ่นดินเผาแล้ว มาถึงส่วน พิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นการแสดงหุ่นสำริด
หุ่นสำริดตัวนี้ เป็นหุ่นที่ขุดพบและมีความสมบูรณ์ที่สุด
7. กำแพงเมืองเก่าฉางอาน หรือซีอานในปัจจุบัน กำแพงเมืองสร้างขึ้นในปีที่ 3 ของรัชสมัยหงหวู่ฮ่องเต้ (พ.ศ. 1913) และเป็นหนึ่งในปราการป้องกันทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวกำแพงสูงประมาณ 12 เมตร ความยาวโดยรอบ 6,000 เมตร บนกำแพงมีป้อมปราการตั้งที่มุมกำแพงทั้งสี่ และหอสังเกตการณ์ 72 หลัง อายุของกำแพงราว 500 ปี
บนนี้ช่างเป็นจุดท้าลมหนาวมาก เดินไปได้ไม่สุดเพราะทนลมหนาวไม่ไหว เก็บภาพได้จุดเดียว แต่กำแพงเมืองซีอานนี้ ถ้าอยากได้อารมณ์แสงสี ต้องมายามค่ำ จะมีไฟประดับประดารอบกำแพงเมือง สวยงามมาก
- มันหนาวมากกก
- มีคู่บ่าวสาวมาถ่าย PreWedding อย่างท้าลมหนาว
8. เจดีย์ห่านป่าใหญ่ โบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นราวปี ค.ศ.648 สูง 64 เมตร สถานที่แห่งนี้ พระถังซำจั๋ง ใช้ในการแปลพระคัมภีร์ไตรปิฎก มีประวัติกล่าวว่า เดิมเคยมีฝูงห่านหงส์บินผ่านมาและห่านหงส์ตัวหนึ่งพลัดฝูง ปีกหักตกลงมาตาย ผู้บำเพ็ญบุญที่พำนักอยู่ที่นี่เข้าใจว่าห่านหงส์คือพระโพธิสัตว์ จึงได้ก่อเจดีย์เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ห่านหงส์ตัวนั้น
9. ตลาดมุสลิม แหล่งรวมอาหารพื้นเมือง ในอดีตซีอานถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม ที่มีการติดต่อค้าขายระหว่างจีนกับแถบอาหรับ เปอร์เซีย ชาวจีนเมืองซีอานบางส่วนจึงเป็นชาวมุสลิม ซึ่งได้รวมตัวกันเปิดร้านค้าอยู่ที่ตลาดมุสลิมแห่งนี้กลายมาเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเยือน เมื่อมาถึงซีอานต้องมาที่นี่
[youtube https://www.youtube.com/watch?v=ihk1hlXka4U&w=560&h=315]






มีแขวนที่เขี่ยบุหรี่ไว้ตามเสาตลอดทาง เพราะคนจีนสูบบุหรี่กันจัดจริง ๆ
นับว่า “ซีอาน” เป็นเมืองที่ใหญ่ และมีประวัติศาสตร์ อารยธรรมที่ยาวนาน สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง ใหญ่โตโอ่อ่า ตึกอาคารต่าง ๆ ขนาดแค่คลินิก, ที่ทำการไปรษณีย์ ก็ยังใหญ่โตมาก ปิดท้ายด้วยภาพอาคารสถานที่ระหว่างการเดินทางให้ชมค่ะ ..
จักรยานเช่าแบบนี้มีเยอะมากในซีอาน เป็นของหลายค่ายแยกตามสี แต่ที่เห็นเยอะสุดน่าจะสีเหลืองของ Alibaba สามารถเปิดบัญชีจ่ายเงินผ่านออนไลน์ เวลาจะใช้ก็แค่ใส่ code ของตัวเองแล้วสามารถปั่นไป ถึงจุดหมายก็จอดไว้ได้เลย กรณีคันไหนมีปัญหาก็สามารถกดแจ้งไปยังบริษัท จักรยานทุกคันจะมี GPS จนท.จะมารับไปซ่อมเอง มันช่างเป็นระบบที่ช่วยลดปัญหาการจราจรได้ดีทีเดียว และคนจีนก็ใช้บริการกันเยอะมากด้วย แรก ๆ มีการขโมยจักรยานกลับบ้านกันเยอะ ถ้าทำบ่อย ๆ ชื่อบัญชีคนนี้จะถูกระงับการใช้
“หากต้องการเห็นจีนปัจจุบันต้องไป.. ปักกิ่ง
หากต้องการเห็นจีนในอนาคตต้องไป.. เซียงไฮ้
แต่หากต้องการเห็นจีนในอดีตต้องไป.. ซีอาน”
คำกล่าวนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง
(ขอบคุณข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจากเอกสารของทัวร์)